ฟุตบอล มิโฮโล เปโตรวิช พ่อมดเซอร์เบียที่มาปลุกชีพให้ชนาธิป

ฟุตบอล มิโฮโล เปโตรวิช พ่อมดเซอร์เบียที่มาปลุกชีพให้ชนาธิป

ในศึกเจลีก ซีซั่นนี้ ถือว่าเป็นฤดูกาลที่สองของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางทีมชาติไทย
ที่เป็นนักเตะไทยคนแรกในประวัติศาสตร์เจลีก หลังจากที่ย้ายไปเล่นให้กับ คอนซาโดเล ซัปโปโร
ในครึ่งฤดูกาลแรกของกองกลางร่างเล็กทีมชาติไทย ดูเหมือนจะไปได้ไม่สวยมากนัก ส่วนหนึ่งเพราะเขาร่วมงานกับ ชูเฮย์
โยโมดะ กุนซือที่เน้นเกมรับเป็นพิเศาทำให้ศักยภาพของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยังไม่ถูกขับออกมามากนัก แต่ในซีซั่นนี้
ที่เป็นปีที่ คอนซาโดเล ซัปโปโร เจ้าของฉายา นกเค้าเมืองเหนือทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คือการที่พวกเขา
ได้กุนซือคนใหม่อย่าง มิไฮโล เปโตรวิชเข้ามาร่วมงานทำให้ทีมมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นไดชัด
พวกเขาไม่ได้เป็นทีมหนีตกชั้นอีกต่อไป และสามารถต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่ในเจลีกได้ดี และที่สำคัญคือฟอร์มการเล่นของ
ชนาธิป สรงกระสินธ์นั้นดีวันดีคืน ตรงนี้เราต้องยกเครดิตให้กับ มิโฮโล เปโตรวิช ไปเต็มๆ
ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนมาร่วมงานกับ มิโฮโล เปโตรวิช ของชนาธิป สรงกระสินธ์ นั้นจะไปได้ดีมากๆ
หลังจากที่กุนซือชาวเซิร์บเข้ามาปรับเปลี่ยนย้ายๆอย่างของทีมโดยเฉพาะรูปแบบการเล่นที่ให้เน้นเล่นเกมรุกมากขึ้น
และในสัปดาห์นี้แม้ว่าจะออกไปเยือนทีมแกร่งอย่าง คาชิมา อันท์เลอร์ส แต่คอนซาโดเล
ก็เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างไม่กลัว ในส่วนของชนาธิปนั้นยังคงมีส่วนร่วมกับเกมบุกของทีมเช่นเดิม
แม้ว่าจะทำประตูไม่ได้หรือว่าทำแอสซิสต์ไม่ได้ แต่สถิติส่วนตัวของดาวเตะร่างเล็กนั้นยังคงน่าพอใจ
โดยเฉพาะการจ่ายบอลสำเร็จ 96.2% จากการจ่ายบอล 26 ครั้ง เป็นรองแค่ คิม มิน แต แนวรับเพื่อนร่วมทีมที่จ่ายบอลสำเร็จ
97.4% รวมไปถึงการสร้างโอกาสให้เพื่อนอีกสองครั้ง ถือว่าอดีตแข้งเมืองทองพัฒนาขึ้นเมื่อมาร่วมงานกับอดีตโค้ช อูราวะ
เร้ด ไดมอนด์ส
นอกจากนี้ในส่วนของ ธีราทร บุญมาทัน ที่แม้ว่าก่อนหน้านี้ในการค้าแข้งในสองสโมสรยักษ์ใหญ่ในไทยอย่าง บุรีรัมย์
ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ธีราทร บุญมาทัน จะไม่เคยที่จะต้องต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงมาก่อน
ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งแบ็กซ้าย หรือวิงแบ็กซ้าย แม้กระทั่งกองกลาง ดาวเตะรายนี้ก็สามารถที่จะยึดตำแหน่งเป็น 11
ตัวจริงได้เสมอ แต่หลังจากย้ายไปเล่นในเจลีกกับ วิสเซล โกเบ มีเพียงแค่ 1 เกมเท่านั้น (นับเฉพาะในเจลีก)
ที่เขาได้ออกสตาร์ทเป็นผู้เล่นตัวจริง แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถทำได้อีก รวมไปถึงเกมล่าสุดที่ไม่มีแม้แต่ชื่อบนม้านั่งสำรอง
อาจจะเพราะเหนื่อยล้ามาจากการเดินทางกลับมารับใช้ทีมชาติไทยในคิงส์คัพ
แต่การที่นักเตะที่เคยลงเล่นอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์การที่ไม่มีชื่อถือว่าเป็นเรื่องแปลก
และนี่คือความท้าทายบทใหม่ของบุญจังที่จะต้องต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมกลับมาอีกครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *